นโยบายความเป็นส่วนตัว
(Online Privacy Notice)

วัตถุประสงค์ของนโยบายด้านสื่อสังคมออนไลน์
นิปปอนแฮมกรุ๊ป ได้กาหนด “นโยบายด้านสื่อสังคมออนไลน์” เกี่ยวกับการจัดการบัญชีการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ โดยรวมถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนิปปอนแฮมกรุ๊ป และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของพนักงานใน นิปปอน แฮมกรุ๊ป เนื่องจากเราตระหนักถึงความสาคัญของการใช้สื่อใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่กระทบต่อความเป็นส่วนตัวของ บุคคลภายนอก ไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลอื่น และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท โดยนโยบายฉบับ มุ่งเน้นที่จะวางแนวทาง และมาตรฐานการปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ให้แต่ละบริษัทในนิปปอนแฮมกรุ๊ปและ พนักงานถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดต่อไป
นโยบายพื้นฐาน
เรียน ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทุกท่าน

โปรดทราบว่า การสื่อสารข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ของพนักงานนิปปอนแฮมกรุ๊ป ไม่ใช่ประกาศหรือความคิดเห็นอย่าง เป็นทางการของนิปปอนแฮมกรุ๊ป สำหรับประกาศและความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ ทางบริษัทจะสื่อสารข้อมูล ผ่านทาง เว็บไซต์และข่าวประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ของนิปปอนแฮมกรุ๊ป

นิปปอนแฮมกรุ๊ปจะทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการใช้งานและลักษณะเฉพาะ ของสื่อสังคมออนไลน์ และจะสนทนา พูดคุยกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ลูกค้าและคู่ค้า ผ่านการส่งข้อมูลออกไปอย่างเหมาะสม
ข้อควรระวังในการใช้สื่อออนไลน์
พนักงานของนิปปอนแฮมกรุ๊ปจะใส่ใจในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวังและเหมาะสม โดยตระหนักว่าข้อมูลที่ส่ง ผ่านสื่อสังคมออนไลน์สามารถแพร่กระจายอย่างง่ายดายและรวดเร็ว และข้อมูลที่แพร่กระจายไปแล้วจะไม่สามารถลบทิ้งได้ โดยง่าย

  1. มุ่งมั่นที่จะสื่อสารโดยเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งลูกค้าและคู่ค้า เป็นต้น
  2. เคารพวัฒนธรรมและมารยาทของชุมชนในสื่อสังคมออนไลน์ ปฏิบัติตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง และกฎระเบียบภายใน บริษัท
  3. ไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางบริษัท รวมทั้งไม่เปิดเผยข้อมูลของลูกค้า และ คู่ค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากลูกค้าและคู่ค้าดังกล่าว
  4. ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของบุคคลที่สาม ไม่แสดงออกซึ่งการกระทำอันส่งผลเสีย ต่อชื่อเสียงของบุคคลที่สามด้วยการหมิ่น ประมาท หรือการล่วงละเมิดสิทธิอื่น ๆ กรณีที่อ้างอิงเนื้อหาที่มีการสื่อสารหรือบทความของบุคคลที่สาม ต้องระบุแหล่ง ที่มาและส่วนที่นามาอ้างถึง
  5. เข้าใจว่าสิ่งที่ตนเองสื่อสารออกไปจะส่งผลไม่เฉพาะตนเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลประเมินต่อชื่อเสียงของกลุ่มบริษัทด้วย และจะมุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบ ต่อการแสดงออกของตนในสื่อสังคมออนไลน์
  6. กรณีมีการสื่อสารข้อมูลที่ผิดพลาดหรือสร้างความเข้าใจผิด ต้องทำการขอโทษและดำเนินการแก้ไข รวมถึงแจ้งบริษัท ให้ทราบโดยทันที

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Privacy Notice)

วัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูล
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และกรณีจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ไทยนิปปอนฟู้ดส์ จำกัด (“บริษัทฯ”) ดำเนินกำรเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลของท่านในฐานะพนักงานของบริษัทฯ หรือคู่ค้า ของบริษัทฯ หรือผู้มาติดต่อสมัครงาน หรือ ติดต่อกับบริษัทฯ ตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปน

  1. เพื่อใช้ระบุ หรือยืนยันตัวตนพนักงาน
  2. เพื่อใช้บริหารงานทั่วไปของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงการจัดทำทะเบียนลูกจ้าง ทะเบียนรหัสพนักงาน และแฟ้มประวัติของพนักงาน การจัด ทำบัตรพนักงาน การติดต่อประสานงานกับพนักงาน การพิจารณาการปรับเลื่อนตำแหน่ง เงินเดือน และ/หรือ โบนัส การทำแบบ ฟอร์มลงทะเบียนโครงการฝึกอบรม และประวัติการเข้ารับฝึกอบรมพนักงาน การจัดการฝึกอบรมต่างๆ ให้แก่พนักงาน การจัด กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ภายในบริษัทฯ
  3. เพื่อปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทฯ กับพนักงาน ซึ่งรวมถึง การส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปให้ธนาคารเพื่อทำการจ่ายเงินเดือน โบนัส และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นแก่พนักงาน การส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปให้บริษัทประกัน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ/หรือ บุคคลอื่น เพื่อให้พนักงานได้รับสวัสดิการตามที่พนักงานพึงไ้ด้รับ
  4. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย (รวมถึง ประกาศ กฎระเบียบ ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ออกตามกฎหมาย) ที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น กฏหมายคุ้มครองแรงงาน กฏหมายประกันสังคม กฏหมายเงินทดแทน กฏหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน กฏหมายภาษีอากร กฏหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว กฏหมายคนเข้าเมือง และประมวลกฏหมายแพ่ง และพาณิชย์ เป็นต้น
  5. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงาน (รวมถึง สามีภรรยาของพนักงาน) ในการใช้สิทธิประโยชน์ กองทุนประกันสังคม และ/หรือ กองทุนเงินทดแทนในกรณีต่างๆ ตามเงื่อนไขที่กฏหมายที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกำหนด
  6. เพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ (มยส.) ตามที่กรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงานกำหนเขึ้น ซึ่งรวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันกีฬา หรือกิจกรรมอื่นๆ เพื่อการปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว
  7. เพื่อการประกอบกิจการและการดำเนินงานต่างๆ ของบริษัทฯ ที่บริษัทฯ มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฏหมาย โดย คำนึงถึงสิทธิขั้นพื่นฐานของเข้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึง การให้คำแนะนำความช่วยเหลือ ความร่วมมือ และ/หรือ ประสาน งานกับคู่ค้าทางธุรกิจ และผู้จัดหาสินค้า/บริการ (suppiler) ของบริษัทฯ การทำบัญชี และการตรวจสอบบัญชีของบริษัทฯ
  8. เพื่อการดำเนินกระบวนการทางศาล และ/หรือ อนุญาโตตุลาการ ซึ่งรวมถึง การต่อสู้คดีในศาล หรืออนุญาโตตุลาการด้วย
  9. ในกรณีที่อาจมีการซื้อขายบริการ การควบรวมกิจการ หรือการดำเนินการปรับโครงสร้างทางธุรกิจในอนาคตของบริษัทฯ (หรือ บริษัทแม่ของบริษัทฯ) เพื่อให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นอย่างเพียงพอแก่ผู้ที่สนใจจะซื้อกิจการของบริษัทฯ รวมถึงบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการตรวจสอบกิจการของบริษัทฯ เพื่อประกอบการตัดสินใจของบุคคลดังกล่าว และเพื่อให้การซื้อขายกิจการ การควบรวม กิจการ หรือการดำเนินการปัรบโครงสร้างทางธุรกิจในอนาคตของบริษัทฯ (หรือบริษัทแม่ของบริษัทฯ) (หากมี) บรรลุผลสำเร็จ
  10. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการทำเอกส่รประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษา วิจัย หรือการจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของข้อมูลส่วนบุคคล
  11. เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ในการป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  12. เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่เป็นการทำเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฏหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับพนักงาน (โดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากพนักงานใน กรณีที่ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งตามกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ) โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลประวัติอาชญากรรมของพนักงานเพื่อใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมของพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ ในตำแหน่งานที่เกี่ยวข้อง
  2. บริษัทฯเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ความเจ็บป่วย และความพิการของพนักงาน รวมถึงใบตรวจโรค/ใบรับรองแพทย์ที่มี ข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมของพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานที่มีปัจจัยเพื่องสุขภาพ และ ความพิการเป็นคุณสมบัติสำคัญของพนักงาน (เช่น พนักงานสายงานผลิต จะต้องไม่มีโรค[ประจำตัว] ตามที่ระบุใน recruitment procedure ดังนี้ โรคไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบซี และโรคร้านตามกฏกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 อันได้แก่ โรคเรื้อน วัณโรค โรคติดยาเสพติด โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคเท้าช้าง โรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ) เนื่องจากบริษัทฯ ประกอบธุรกิจเป็นโรงงานผลิตอาหาร จึงต้องควบคุมมาตรฐานคุณภาพการผลิต โดยเฉพาะอย่ายิ่ง ต้องลดความเสี่ยงการปนเปื้อน ในกระบวนการผลิตอาหาร นอกจากนี้ฯ บริษัทฯ ยังใช้ข้อมูลดังกล่าวในการบริหารงานบุคคลทั่วไปของบริษัทฯ (เช่น พิจาณณาโยก ย้ายตำแหน่งให้เหมาะสมกับสุขภาพของพนักงาน หรือในกรณรที่พนักงานลาป่วยติดต่อกันเป็นระยะเวลาที่ต้องมีการยื่นใบรับรอง แพทย์เป็นหลักฐานต่อบริษัทฯ เป็นต้น)
  3. บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลสแกนลายนิ้วมือของพนักงาน เพื่อให้พนักงานใช้ยืนยันตนเองโดยการสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าออกสภา นที่ทำงาน ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และเพื่อบันทึกเวลาเข้าออกงานของพนักงาน
  4. บริษัทฯ เก็บรวบรวมเชื้อชาติ และสัญชาติของพนักงาน เพื่อพิจารณาว่าบริษัทฯ มีหน้าที่ใดหรือไม่ ตามกฏหมายเกี่ยวกับการบริหาร จัดการการทำงานของคนต่างด้าว กฤหมายคนเข้าเมือง และ/หรือ กฏหมายอื่นๆ เพื่อปฏิบัติตามกฏหมายต่างๆ ดังกล่าว เพื่อการ บริหารจัดการสัดส่วนการจ้างงานคนต่างด้าวให้เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวมรวม
บริษัทฯ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

2.1 ข้อมูลทั่วไป

  • ข้อมูลที่ระบุตัวตน (Identity Data) เช่น ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง วัน เดือน ปีเกิด เพศ อายุ ลายมือชื่อ
  • ข้อมูลติดต่อ (Contact Data) เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล
  • ข้อมูลทางการเงิน (Financial Data) เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร
  • ข้อมูลการติดต่อกับบริษัทฯ (Communication Data) เช่น การบันทึกภาพ หรือเสียง เมื่อมีการติดต่อกับบริษัทฯ
  • ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท เช่น การบันทึกภาพนิ่ง หรือวีดีโอ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของพนักงาน
  • สำเนาใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว (work permit) และวีซ่า (visa) ของพนักงาน
  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารของพนักงาน รวมถึง เลขที่บัญชีธนาคาร
  • ประวัติการศึกษาของพนักงาน รวมถึง สำเนาเอกสารแสดงวุฒิการศึกษา
  • ประวัติการทำงานของพนักงาน
  • ประวัติการเกณฑ์ทหารของพนักงาน รวมถึง สำเนาใบผ่านการเกณฑ์ทหาร
  • ใบสมัครงานของพนักงาน รวมถึง เอกสารแนบใบสมัครทั้งหมด
  • ข้อมูลการลดหย่อนภาษีของพนักงาน
2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

  • ข้อมูลประวัติอาชญากรรมของพนักงาน
  • เชื้อชาติของพนักงาน
  • ข้อมูลการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน
  • ข้อมูลเกี่ยวกับความพิการ และข้อมูลสุขภาพ และความเจ็บป่วยของพนักงาน รวมถึง ข้อมูลดังกล่าวที่ปรากฏในใบตรวจโรค/ใบรับ รองแพทย์
  • ข้อมูลสแกนลายนิ่วมือของพนักงาน
  • ข้อมูลศาสนา หรือหมู่โลหิตที่อาจปรากฏในสำเนาบัตรประชาชน
ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและการเปิดเผยข้อมูล
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในกำรเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในแบบแจ้งฉบับนี้ หลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลำเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทฯ ยังมีความสัมพันธ์กับท่านในฐานะ พนักงานของบริษัทฯ หรือคู่ค้าของบริษัทฯ หรือผู้มาติดต่องาน หรือติดต่องานกับบริษัทฯ และอาจเก็บต่อไปตำมระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อ การปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียก ร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตำมกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในองค์กรของบริษัทฯ

ในกำรดำเนินกำรตำมวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในแบบแจ้งฉบับนี้บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกดังต่อไปน

  1. บริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทในกลุ่มบริษัทฯ ได้แก่ บริษัทแม่ สำนักงานที่มหาชัย สำนักสาขาที่กรุงเทพ สำนักสาขาที่ พิษณุโลก เพื่อวัตถุประสงค์ในช่วยการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุข้างต้น
  2. หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล องค์กรอิสระ หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจหรือ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น [ศาล ตำรวจ กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมที่ดิน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กรมบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นต้น
  3. หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเรียกร้อง การดำเนินคดี การโต้แย้งข้อร้องเรียนหรือข้อกล่าวหาการต่อสู้คดี ของ บริษัทฯ เช่น คู่ความในคดี พยาน เป็นต้น
  4. ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ ให้แก่บริษัทฯ ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ ปรึกษากฎหมาย ผู้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารหรือพัสดุ
  5. บุคคลภายนอกตามความยินยอมจากท่าน หรือตามข้อกำหนดของสัญญา หรือตามข้อกำหนดของกฎหมาย แล้วแต่กรณี รวมถึงช่อง ทางต่าง ๆ เช่น สื่อสาธารณะ สื่อออนไลน์ เป็นต้น
  6. บุคคลภายนอกตามความยินยอมจากท่าน หรือข้อกำหนดของสัญญา หรือตามข้อกำหนดของกฎหมายแล้วแต่กรณร รวมถึงช่องทาง ต่างๆ เ่น สื่อสาธารณะ สื่อออนไลน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
วิธีการติดต่อ
ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

บริษัท ไทยนิปปอนฟู้ดส์ จำกัด
สถานที่ติดต่อ : บริษัท ไทยนิปปอนฟู้ดส์ จำกัด 1/21 หมู่ที่ 5 สวนอุตสาหกรราโรจนะ ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา 13210
เบอร์โทรศัพท์ : 035-330046, 035-330052
E-mail : hr_tnf@tnf.co.th
Website : http.//www.thainipponfoods.com

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สถานที่ติดต่อ : บริษัท ไทยนิปปอนฟู้ดส์ จำกัด 1/21 หมู่ที่ 5 สวนอุตสาหกรราโรจนะ ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัด
เบอร์โทรศัพท์ : 035-330046, 035-330052
E-mail : manager_tnf@tnf.co.th
สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล
ในฐานะที่เป็นเจ้ำของข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงสิทธิ ต่ำง ๆ ดังนี้

  1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
    ท่านมีสิทธิในกำรเพิกถอนควำมยินยอมในกำรประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ควำมยินยอมกับบริษัทฯ ได้ เว้นแต่การเพิกถอน ความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมำยหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
    ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำรประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วย กฎหมาย
  2. สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลของท่านซึ่งอยู่ในควำมรับผิดชอบของบริษัทฯ รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยกำรได้มำซึ่งข้อมูล ดังกล่ำวที่ท่านไม่ได้ให้ควำมยินยอมต่อบริษัทฯ ได้
  3. สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ ได้ตามที่กฎหมายกำหนด
  4. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิในกำรคัดค้ำนกำรประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านสำหรับกรณีกำรเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับ ตนได้ตำมที่กฎหมายกำหนด
  5. สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบหรือทำลำยหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สำมำรถระบุตัวตนได้ตามที่กฎหมายกำหนด
  6. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับกำรใช้ข้อมูลของท่านได้ตำมที่กฎหมำยกำหนด
  7. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
    กรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลที่บริษัทฯ มีอยู่นั้นไม่ถูกต้องหรือท่านมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่ท่านเอง ท่านมีสิทธิขอให้ บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดควำมเข้าใจผิด
  8. สิทธิในการรับทราบกรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    บริษัทฯ อาจมีการพิจารณา ทบทวนและแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแจ้งนี้ตามความเหมาะสมในบางครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านจะได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม หากแบบแจ้งนี้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบโดย ติดประกาศใน บอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ หรือในเวบไซต์ของบริษัท หรือทางอีเมล thainipponfoodsthailand@tnf.co.th
  9. สิทธิในการร้องเรียน (Right to Lodge a Complaint)
    ท่านมีสิทธิในกำรร้องเรียนต่อพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนำจตำมพระik=บัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากบริษัทฯ ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตำมพระราชบัญญัติดังกล่ำวได

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิภายใต้บทบัญญัติของพระรำชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อ บริษัทฯ ได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อนึ่งบริษัทฯ สงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนิน การตามคำร้องขอดังกล่ำวได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด

[ประกาศ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2564]